Red on the Rock “Episode VI : Return of the Jetdo!!”

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยสำหรับงานยิ่งใหญ่แห่งปีของวงการภาพยนตร์ไทย กับงาน “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ ปี 2551” ซึ่งมีนักแสดง และผู้กับกับชื่อดังทั้งไทย และเทศ พาเหรดร่วมงานกันไม่ขาดสาย แถมด้วยภาพยนตร์คุณภาพจากทั่วทุกมุมโลกมาให้คอหนังได้เลือกชมกัน แม้ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางหนังสัญชาติไทยตามความเป็นเจ้าถิ่นก็ตาม
ว่าไปแล้วปีนี้ถือเป็นปีสานต่อเรื่องราวที่ยังไม่อาจจบลงได้อย่างบริบูรณ์สำหรับวงการภาพยนตร์ไทยเลยทีเดียว เมื่อตรวจสอบกำหนดการฉายภาพยนตร์ตลอดทั้งปี ปรากฏว่ามี “หนังภาคต่อ” จ่อคิวเรียกเงินจากบรรดาคอหนังไทยหลายต่อหลายเรื่อง เริ่มจาก “ลองของ 2” ที่กลับมาเติมเต็มเรื่องราวชวนเสียวสันหลังที่ขาดหายไปจากภาคแรกให้สมบูรณ์ไปเรียบร้อยตั้งแต่ต้นปี ตามมาด้วย “บุญชู ไอ-เลิฟ-สระ-อู” หรือจะเรียกว่า “บุญชู 9” ก็คงไม่มีใครว่าอะไร แม้ภาคนี้จะเป็นภาคที่ 7 ในตระกูลบุญชูก็ตามที นับเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของนายบุญชู บ้านโข้ง ให้ใครต่อใครได้หายคิดถึงกัน ถัดมาก็เป็นคิวของ “บ้านผีปอบ 2008” หนังภาคต่อที่ได้ชื่อว่ามากที่สุดในสยามประเทศ ที่ยังคงเอกลักษณ์การวิ่งลงโอ่งไว้ไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะวิ่งกันมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม จนมาถึง “หลวงพี่เท่ง 2 รุ่นฮาร่ำรวย” กับเรื่องราวของพระนักแร็บที่เพิ่งเข้าโรงไปสดๆ ร้อนๆ แต่น่าเสียดายเหลือเกินสำหรับ “องค์บาก 2” ที่ยังไม่อาจรู้ชะตากรรมว่าจะพร้อมคลอดสู่สายตาชาวโลกได้เมื่อไหร่ เนื่องจากพระเอกของเรื่องเพิ่งกลับจากการตามล่าหาช้างได้ไม่นาน
และที่สุดแห่งปี ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด วันพ่อปีนี้เราจะได้ชม “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 ยุทธหัตถี” มหากาพย์อิงประวัติศาสตร์ตำนานพระมหากษัตริย์ “มหาราช” คนแรกแห่งกรุงอโยธยาศรีรามเทพนคร ผู้กอบกู้เอกราช และความภูมิใจของชนชาวสยามทั้งประเทศ ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่
ในช่วงกำลังรอสุดยอดมหากาพย์สายเลือดไทยอยู่นี้ ก็อดที่จะนึกไปถึงสุดยอดมหากาพย์สายเลือดเทศอย่าง “สตาร์ วอร์ส” ที่คงความอมตะมายาวนานกว่า 31 ปีไม่ได้ กับเรื่องราวสงครามแห่งจักรวาลระหว่างด้านสว่าง และด้านมืดของพลัง ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 2 ช่วงอายุถึงจะยุติลงได้
ในฐานะคอบอล และคอหนัง ที่แม้จะเอนเอียงไปทางฝั่งลูกกลมๆ มากหน่อยก็ตาม จึงอดไม่ได้ที่จะมองบรรยากาศกลางสนามเฉกเช่นเดียวกับบรรยากาศกลางโรงภาพยนตร์ หากเปรียบจักรวาลเป็นสังเวียนฟาดแข้ง กาแลคซี่ก็คงเป็นดังเวทีพรีเมียร์ ลีค และถ้าให้ “วิหารเจได” เป็น “โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” อัศวินคนสำคัญก็คงต้องยกให้กับ “คริสเตียโน่ โรนัลโด้”
อย่างที่รู้กันว่าปีนี้เป็นขวบปีที่ 6 ของโรนัลโด้ ภายใต้ชายคาโรงละครแห่งความฝันเข้าให้แล้ว ซึ่งก็ตรงกับหมายเลขประจำภาคสุดท้ายของสตาร์ วอร์ส ในชื่อ “Return of the Jedi” พอดิบพอดี โดยบทบาทของโรนัลโด้ ก็ช่างตรงกับบทบาทของตัวเอกในภาคนี้อย่าง “ลุค สกายวอล์คเกอร์” เสียเหลือเกิน

ลุค ต้องต่อสู้อย่างหนักกับด้านมืดของพลัง ทั้งจากความโกรธของตัวเองและการชักจูงของ “ดาร์ธ เวเดอร์” เช่นเดียวกับโรนัลโด้ ที่ต้องต่อสู้อย่างหนักกับความปรารถนาเมื่อครั้งวัยเยาว์ และด้านมืดของพลังที่ถูกฉาบพรางตาไว้ด้วยสีขาว ในการต่อสู้ครั้งนั้น ลุค ต้องสังเวยด้วยแขนขวาของตัวเอง ในขณะที่โรนัลโด้ ก็ต้องสูญเสีย “ศรัทธา” จากแฟนบอลไปไม่น้อย แถมก่อนที่ศึกครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้น ทั้งคู่ก็ต้องสูญเสียบุคคลที่คอยให้การดูแลใกล้ชิดไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ “โยดา” และการจากไปสู่ความท้าทายใหม่ของ “คาร์ลอส เคยรอซ”
แต่ในศึกครั้งใหม่นี้ โรนัลโด้ กลับไม่ได้ร่วมเป็นทัพหน้ากับพลพรรคปีศาจแดง เมื่อต้องสู้กับการเรียกความฟิตหลังเข้ารับการผ่าตัดในช่วงปิดซีซั่น รวมไปถึงการต่อสู้กับ “ด้านมืดสีขาว” ที่ยังคงรบกวนจิตใจไม่เลิก เป็นผลให้ยูไนเต็ดออกอาการเป๋ตั้งแต่ช่วงออกตัว ด้วยผลงานเสมอ 1 ชนะ 1 ตามด้วยการพ่ายแพ้ถึง 2 นัดซ้อน แถม 1 ในนั้นยังเป็นการพ่ายแพ้ให้กับทีมที่ไม่คู่ควรอย่าง “ลิเวอร์พูล” อริตลอดกาลอีกตั้งหาก เรียกได้ว่า แม้ขาด โรนัลโด้ จะไม่ถึงกับขาดใจ แต่ก็เล่นเอาสะบักสะบอมทีเดียว
ดีที่อาการของปีกโปรตุกีสหายวันหายคืน ทำให้กลับมาร่วมทัพในแนวหน้าได้ก่อนกำหนด โดยเริ่มต้นในบทบาท หัวหมู่สำรอง แม้ทั้ง 2 นัดที่มีโอกาสช่วยทีมในช่วงครึ่งหลังจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่การกลับมาของเขาก็สร้างสีสันให้แนวรุกปีศาจแดงได้ไม่น้อย แถมเกือบใส่ชื่อตัวในในลิสต์ผู้ทำประตูหลายต่อหลายจังหวะ

แล้วโอกาสในการเลื่อนยศก็มาถึงอย่างรวดเร็วในศึกมิกกี้เมาส์ คัพ ที่แม้จะมีความสำคัญในระดับท้ายๆ ในสายตา “ป๋าเฟอร์กี้” แต่มันก็เป็นโอกาสดีที่จะให้ โรนัลโด้ ได้เรียกความฟิตตั้งแต่ต้นเกม ซึ่งปีกจอมสับก็ไม่ทำให้เจ้านายผิดหวัง เมื่อจัดการเบิกสกอร์แรกของเกม และของตัวเองได้สำเร็จตั้งแต่ยังไม่พ้นครึ่งชั่วโมงแรก จนนำไปสู่ชัยชนะครั้งแรกในรอบ 5 นัดหลังสุด
เมื่อมีครั้งแรกก็ย่อมมีครั้งต่อมา โรนัลโด้ ลงสนามเป็นตัวจริงอีกครั้งในนัดต่อมาบนเวทีพรีเมียร์ ลีก นัดเปิดบ้านต้อนรับ “โบลตัน” ซึ่ง เจ็ทโด้ ก็สวมวิญญาณเพชฌฆาตส่งบอลไปนอนก้นตาข่ายได้อีก แม้จะเป็นจุดโทษเจ้าปัญหาก็ตาม ก่อนจะตอกส้นแบบไม่ต้องมองตาก็รู้ใจให้คู่ขา “รูนี่ย์” จัดการใส่สกอร์ย้ำชัยอย่างสวยสดงดงาม และแม้อีก 2 นัดต่อมา ปีกจอมสับจะไม่มีชื่อทำประตู แต่ก็ยังไม่วายจ่ายงามๆ ให้ทั้ง “เบอร์บาตอฟ” ในเกมยุโรป และ หมูพลิ้วเจ้าเก่า ในเกมลีก

4 นัดที่ โรนัลโด้ ลงเป็นตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะติดต่อกันทั้ง 4 นัด แถมยังเป็นชัยชนะที่มากกว่า 1 ประตูอีกด้วย ส่งผลให้ปีศาจแดงกลับมาบนเส้นทางสู่แชมป์เต็มตัวอีกครั้ง
และที่น่ายินดีอีกประการคือ เสียงตอบรับการกลับมาอย่างอบอุ่นจากสาวก เรด อาร์มี่ ในสนาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีหลายฝ่ายให้ความกังวลว่าอาจจะซ้ำรอยเหมือนเมื่อคราวก่อน แต่ท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่าเขาพร้อมจะทุ่มเทให้ทีมเต็มร้อย ตราบใดที่ยังสวมเครื่องแบบปีศาจอยู่
Return of the Jedi จบลงตรงที่ ลุค สามารถนำ เวเดอร์ กลับมาสู่ด้านสว่างและกำจัด “ดาร์ธ ซีเดียส” ลงได้ จนนำสมดุลมาสู่พลังได้สำเร็จ ดังที่คำพยากรณ์ได้ทำนายไว้
แต่สำหรับ “Return of the Jetdo” แล้ว คงต้องรอกันถึงเดือนพฤษภาคมหน้า จึงจะได้รู้กันว่าบทสรุปจะออกมาเช่นไร ผลงานในสนามจะตอบคำถามด้วยตัวของมันเอง โดยไม่ต้องรอให้หมอหน้าไหนมา “คอนเฟิร์ม” จากนี้ไปจึงมีสถานการณ์มากมายรอทดสอบความแข็งแกร่งเหล่าพลพรรคปีศาจแดงอยู่ โดยเฉพาะตัวเอกในเรื่องของเรา
โรนัลโด้…ขอพลังจงสถิตอยู่กับเจ้า
May the force be with you !
chokechone11

2001-2024 RED ARMY FANCLUB Official Manchester United Supporters Club of Thailand. #ThaiMUSC

Related Posts